ATHIP LAW FIRM

คดีที่เทศบาลฟ้องเรียกค่าสินไหมคืนจากเจ้าหน้าที่ที่กระทำละเมิดขับรถชนบุคคลภายนอก อยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครองหรือไม่

กรณีเทศบาลเมืองบ้านบึง (ผู้ฟ้องคดี) ฟ้องว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ซึ่งเป็น เจ้าหน้าที่ในสังกัดของผู้ฟ้องคดีได้ขับรถบรรทุกขยะกลับจากการนําขยะที่เก็บได้ไปทิ้ง ณ สถานที่เก็บขยะ บริเวณตําบลหนองชาก แล้วได้เกิดการชนเข้ากับรถยนต์ของบุคคลอื่นได้รับความเสียหายรวม ๓ คัน ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าซ่อมรถยนต์ให้แก่บุคคลภายนอก จํานวน ๒๕๐,๗๑๐ บาท ในผลแห่งละเมิดที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในสังกัดได้กระทํา ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙

แล้วต่อมา ผู้ฟ้องคดีมีคําสั่งตามความเห็นของกระทรวงมหาดไทยให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ฟ้องคดีเป็นเงินจํานวน ๑๘๘,๐๓๒.๕๐ บาท โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ ได้มีหนังสือถึงนายกเทศมนตรีเมืองบ้านบึง เพื่อขอผ่อนชําระค่าสินไหมทดแทนจํานวนดังกล่าวซึ่งนายกเทศมนตรีเมืองบ้านบึงเห็นควรให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ผ่อนชําระค่าสินไหมทดแทนได้ตามที่ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ มีคําขอ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ จึงได้มีการทําสัญญารับสภาพหนี้กับผู้ฟ้องคดี โดยมี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ เป็นผู้ค้ําประกัน และได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีแล้ว แต่ภายหลังจากการ ทําสัญญาดังกล่าวผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดีรวมเป็นเงิน ๙๔,๔๐๐ บาท ก็มิได้มีการชําระค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดีอีก ผู้ฟ้องคดีจึงมีหนังสือแจ้งเตือนไปยังผู้ถูกฟ้องคดี ทั้งสอง แต่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองเพิกเฉย ผู้ฟ้องคดีจึงนําคดีมาฟ้องศาลปกครอง ขอให้ศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชําระค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดี นั้น

เห็นว่า เมื่อมูลเหตุแห่งความรับผิดทางละเมิดของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เกิดจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ขับรถบรรทุกขยะอันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยทั่วไปเท่านั้น มิใช่การปฏิบัติหน้าที่โดยใช้อํานาจตามกฎหมายแต่อย่างใด

การที่ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐจะใช้สิทธิเรียกร้องเพื่อการใช้สิทธิ ไล่เบี้ยจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้กระทําละเมิดจากการขับรถบรรทุกขยะให้ต้องรับผิดคืนเงินค่าสินไหมทดแทนที่ผู้ฟ้องคดีได้ชดใช้ให้แก่ผู้เสียหายเพื่อการทําละเมิดของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ จึงเป็นการใช้สิทธิไล่เบี้ยจากมูลละเมิดที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ทั่วไปของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เท่านั้น และแม้การออกคําสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติ ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ฯ จะเป็นการใช้อํานาจทางปกครองก็ตาม แต่เป็นกรณีที่กฎหมาย ให้อํานาจหน่วยงานของรัฐที่เสียหายมีอํานาจออกคําสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นรับผิดจากการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งอาจเป็นการปฏิบัติหน้าที่ทั่วไปหรือการปฏิบัติหน้าที่ในทางปกครองตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติ ดังกล่าวเท่านั้น

แต่กรณีตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ นั้น จะต้องเป็นการกระทําละเมิดอันเกิดจากการใช้อํานาจทางปกครองตามกฎหมายหรือจากกฎ คําสั่งทางปกครอง หรือคําสั่งอื่น หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกําหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร มิใช่เป็นเพียงการปฏิบัติหน้าที่ทั่วไป

ดังนั้น คดีนี้จึงมิใช่ คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทําละเมิดที่จะอยู่ในอํานาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว แต่เป็นคดีพิพาทที่อยู่ในอํานาจพิจารณาพิพากษา ของศาลยุติธรรม (คําสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๓๐๐/๒๕๖๗)

Athip Schumjinda – อธิป ชุมจินดา

ทักแชทปรึกษา https://lin.ee/kyqlxpX

ติดต่อทนายโทร.0619399935

ทนายร้องประกันกรุงเทพฯนนท์-Lawyer Claim Bkk Nont

#ค่าขาดประโยชน์ #เคลมประกันรถยนต์ #กฎหมายควรรู้ #ทนายกรุงเทพ #ทนายนนทบุรี

สำนักงานอธิป-ชุมจินดา-LOGO-crop

“ยุติธรรมไม่ใช่แค่คำพูด แต่คือภารกิจของเรา”

สำนักงานทนายความ อธิป ชุมจินดา เลขที่ 111/376 หมู่ที่ 3 โครงการโกลเด้นทาวน์ ซอย 8 ถนนสิริโสธร ตำบลบางกรูด อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา 24140

Copyright © 2025 Athiplawfirm All Rights Reserved.