ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 111 บัญญัติห้ามมิให้ผู้ขับขี่จูง ไล่ต้อน หรือปล่อยสัตว์ไปบนทางเท้าในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจรและไม่มีผู้ควบคุมเพียงพอ
เมื่อจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าของสุนัขจึงเป็นผู้ดูแลและควบคุมมิให้สัตว์กีดขวางการจราจร การที่สุนัขของจำเลยทั้งสองวิ่งข้ามถนนตัดหน้ารถจักรยานยนต์ของโจทก์ในระยะกระชั้นชิด ย่อมเป็นผลโดยตรงที่ทำให้รถจักรยานยนต์ของโจทก์ล้ม
เมื่อไม่ปรากฏว่าการนำสืบของจำเลยทั้งสองว่า ขณะเกิดเหตุ โจทก์ขับรถจักรยานยนต์ด้วยความเร็วสูงและไม่ใช้ความระมัดระวังอย่างไร ดังนั้น เหตุละเมิดจึงเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยทั้งสองที่ไม่ใช้ความระมัดระวังตามสมควรในการควบคุมดูแลสุนัข
เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสาเหตุดังกล่าว จำเลยทั้งสองจึงต้องร่วมรับผิดชอบต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433 วรรคหนึ่ง (ฎีกาที่ 6088/59)
การควบคุมสัตว์เลี้ยงกับความรับผิดทางกฎหมาย:
กรณีศึกษาและข้อคิดจากฎีกา 6088/59
ในชีวิตประจำวัน หลายคนที่มีสัตว์เลี้ยงอาจไม่ได้ตระหนักถึงความรับผิดชอบทางกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมสัตว์เลี้ยงของตน ซึ่งกรณีตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6088/59 ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของเรื่องนี้อย่างชัดเจน โดยเนื้อหาในคำพิพากษานี้ระบุว่าเจ้าของสุนัขทั้งสองคนต้องร่วมรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการขาดความระมัดระวังในการควบคุมดูแลสัตว์เลี้ยงของตน
ข้อเท็จจริงในคดี
จำเลยทั้งสองเป็นเจ้าของสุนัข แต่ไม่ได้ควบคุมสุนัขให้อยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย ส่งผลให้สุนัขวิ่งตัดหน้ารถจักรยานยนต์ของโจทก์ในระยะกระชั้นชิด ส่งผลให้โจทก์เสียหลักล้มและได้รับความเสียหาย แม้จำเลยจะไม่ได้เป็นผู้ขับขี่หรืออยู่ในที่เกิดเหตุโดยตรง แต่การที่ไม่ได้ดูแลสัตว์เลี้ยงตามสมควรถือเป็นการกระทำที่ประมาทเลินเล่อ
หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 111 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า “ห้ามมิให้ผู้ขับขี่จูง ไล่ต้อน หรือปล่อยสัตว์ไปบนทางเท้าในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจรและไม่มีผู้ควบคุมเพียงพอ” ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากสัตว์เลี้ยงที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433 ยังระบุว่าเจ้าของหรือผู้ดูแลสัตว์ต้องรับผิดในความเสียหายที่สัตว์ก่อขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว
บทวิเคราะห์ของทนายความ อธิป ชุมจินดา
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า การเลี้ยงสัตว์ไม่ใช่เพียงแค่การให้อาหารหรือดูแลสุขภาพของสัตว์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นด้วย หากผู้เลี้ยงละเลยหรือขาดความระมัดระวัง เช่น การปล่อยให้สุนัขวิ่งเพ่นพ่านบนถนนโดยไม่มีการควบคุม ผลที่ตามมาคือ เจ้าของสัตว์ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าเสียหายทางทรัพย์สินหรือค่ารักษาพยาบาลของผู้ได้รับผลกระทบ
ยกตัวอย่างเพิ่มเติม
1. กรณีสัตว์เลี้ยงหลุดจากบ้าน
หากเจ้าของไม่ได้ล็อกประตูหรือรั้วบ้านให้มิดชิดจนสัตว์เลี้ยงหลุดออกไปก่อให้เกิดอุบัติเหตุ เช่น สุนัขวิ่งตัดหน้ารถยนต์จนเกิดอุบัติเหตุชนกันหลายคัน เจ้าของจะต้องรับผิดชอบทั้งค่าเสียหายของรถยนต์และค่ารักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บ
2. การพาสัตว์เลี้ยงไปในที่สาธารณะ
หากเจ้าของพาสุนัขไปเดินเล่นในสวนสาธารณะแล้วไม่ได้ใส่สายจูง เมื่อสุนัขตื่นตกใจและกระโจนใส่ผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ เจ้าของต้องรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้น แม้จะไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเหตุการณ์นั้น
3. กรณีสัตว์เลี้ยงกัดบุคคลอื่น
หากแมวหรือสุนัขกัดผู้อื่นขณะมาเยี่ยมบ้าน และผู้เลี้ยงไม่ได้แจ้งเตือนหรือควบคุมสัตว์ให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย เจ้าของจะต้องชดใช้ค่ารักษาพยาบาลและค่าเสียหายที่เกิดขึ้น
ข้อแนะนำจากทนายความ สำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง
• ใส่สายจูงหรือควบคุมสัตว์เลี้ยงในที่สาธารณะเสมอ
• ตรวจสอบความปลอดภัยของรั้วหรือพื้นที่ที่สัตว์เลี้ยงอยู่
• หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ให้แสดงความรับผิดชอบและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบทันที
• ทำประกันภัยสัตว์เลี้ยงเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน
การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องที่สร้างความสุข แต่เจ้าของควรตระหนักถึงหน้าที่และความรับผิดชอบในการดูแลสัตว์เลี้ยงไม่ให้สร้างความเดือดร้อนต่อผู้อื่น เพราะหากเกิดความเสียหายขึ้น เจ้าของต้องเป็นผู้รับผิดชอบตามกฎหมายโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้.
Athip Schumjinda – อธิป ชุมจินดา
ทักแชทปรึกษาทนาย https://lin.ee/ZxMAj3b
ติดต่อทนายโทร.0619399935
#ค่าขาดประโยชน์#เคลมประกันรถยนต์#กฎหมายควรรู้#ทนายกรุงเทพ#ทนายนนทบุรี





