โดย ATHIP LAW FIRM
เคยสงสัยไหมครับว่า เวลาขนส่งสินค้าแล้วเกิดอุบัติเหตุ “ตูม!” ขึ้นมา ความวุ่นวายมันจะขนาดไหน?
ยิ่งถ้าเป็นเคสที่มีตัวละครเยอะยิ่งกว่าซีรีส์เกาหลี ทั้งเจ้าของของ, บริษัทขนส่ง (ที่มีการจ้างช่วงต่อกันเป็นทอดๆ), และบริษัทประกันภัย
วันนี้ ATHIP LAW FIRM ขอหยิบยกเคสจริงสุดมันส์มาเล่าให้ฟังครับ
จุดเริ่มต้นของเรื่องราว
เรื่องมีอยู่ว่า บริษัท สุราสากล จำกัด จ้างให้ขนส่ง “เครื่องจักร” 3 เครื่อง (ราคาเครื่องละ 2 ล้านบาท!) จากสมุทรปราการไปอุบลฯ
แต่เส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะมีการ “จ้างช่วง” กันนัวเนีย
นายสมชาย รับงานคนแรก
ไปจ้าง นายสมศักดิ์ ต่อ
นายสมศักดิ์ ไปจ้าง นายสมเกียรติ (เจ้าของรถ) อีกที
สุดท้ายคนขับคือ นายสมทรง (ลูกจ้างของนายสมศักดิ์)
จุดพีค ระหว่างทางที่อุบลฯ นายสมทรงขับรถลอดใต้สะพานด้วยความประมาท “ครูด!” เครื่องจักรพังไป 2 เครื่อง
โชคดีที่ บริษัท สุราสากล ทำประกันภัยไว้กับ บริษัท น้ำประกันภัย จำกัด ซึ่งบริษัทประกันก็ใจป้ำ จ่ายค่าเสียหายให้ลูกค้าไปแล้ว 800,000 บาท
เรื่องน่าจะจบแบบ Happy Ending ใช่ไหมครับ? แต่เปล่าเลย! พอประกันจ่ายเงินเสร็จ ก็เลยมาไล่เบี้ย (ฟ้องเอาเงินคืน) จากแก๊งขนส่ง (นายสมชาย, สมศักดิ์, สมเกียรติ) รวม 800,000 บาท
แก๊งขนส่งขอสู้! (ข้ออ้างสุดหัวหมอ)
งานนี้แก๊งขนส่งไม่ยอมจ่ายง่ายๆ งัดข้อกฎหมายมาสู้ 3 ข้อ ที่ฟังดูแล้ว “เออ… หรือว่าจะรอด?” มาดูกันครับ
“กรมธรรม์ปลอมเปล่าพี่?” กรรมการบริษัทประกันเซ็นชื่อในกรมธรรม์แค่คนเดียว (จริงๆ ต้องสองคน) แถมตราประทับก็ผิด แบบนี้สัญญาประกันภัยเป็นโมฆะสิ! คุณไม่มีสิทธิมาฟ้องพวกผม
“เคลียร์จบที่โรงพักแล้ว” ก็วันเกิดเหตุคุยกับตำรวจ ลงบันทึกประจำวันยอมรับผิดกันไปแล้ว ถือว่าจบสิ
“ของแพงไม่บอก ไม่จ่ายนะจ๊ะ”: เครื่องจักรราคาเป็นล้าน ถือเป็น “ของมีค่า” ตามกฎหมาย (ม.620) คนส่งไม่บอกราคา เราไม่ต้องรับผิด หรือรับผิดก็แค่ 50,000 บาทพอ
คำตัดสิน ใครรอด ใครร่วง?
ศาลท่านฟังความแล้ว ก็เคาะโต๊ะดังปัง!
พร้อมเฉลยข้อสอบดังนี้ครับ
1. กรมธรรม์เซ็นไม่ครบ อ้างได้ไหม?
คำตอบ ไม่ได้! ถึงแม้ตอนเซ็นกรมธรรม์จะเซ็นไม่ครบตามระเบียบบริษัท แต่เมื่อเกิดเหตุแล้ว บริษัทประกันยอมจ่ายเงินค่าเสียหาย ให้ลูกค้าไปแล้ว เท่ากับว่าบริษัทได้ให้สัตยาบัน (ยอมรับ) การกระทำนั้นแล้ว
เมื่อประกันจ่ายเงินให้ผู้เสียหายแล้ว ย่อมมีสิทธิ “รับช่วงสิทธิ” (สวมวิญญาณเจ้าหนี้) มาไล่บี้เอากับคนทำผิดได้ตามกฎหมาย (ม.880) จะมาอ้างว่ากรมธรรม์ไม่สมบูรณ์เพื่อเบี้ยวหนี้ไม่ได้นะจ๊ะ
2. บันทึกประจำวัน = จบเรื่อง?
คำตอบ ไม่จบ! การที่ไปลงบันทึกประจำวันว่า “ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด” แต่ ไม่ได้ระบุยอดเงินที่ชัดเจน ศาลมองว่ามันยังคลุมเครือ ไม่ถือเป็น “สัญญาประนีประนอมยอมความ” (ที่ต่างฝ่ายต่างยอมผ่อนผันให้กัน)
หนี้ยังอยู่ครบ! บริษัทประกันยังฟ้องเรียกค่าเสียหายได้เหมือนเดิม
3. เครื่องจักรแพงๆ = ของมีค่า (ตาม ม.620)?
คำตอบ ไม่ใช่! ข้อนี้พีคมาก กฎหมายบอกว่าผู้ขนส่งไม่ต้องรับผิดใน “ของมีค่า” (เช่น เงินทอง, ธนบัตร, อัญมณี) ถ้าผู้ส่งไม่บอกราคา แต่… “เครื่องจักร” แม้จะราคาแพงเป็นล้าน ก็คือ “สินค้าธรรมดาที่มีราคาสูง” เท่านั้น ไม่ใช่ “ของมีค่า” ตามนิยามของกฎหมาย
จะมาเนียนจ่ายแค่ 50,000 บาทไม่ได้ ต้องจ่ายเต็มตามความเสียหายจริง!
บทสรุปสุดท้าย
งานนี้ นายสมชาย นายสมศักดิ์ และนายสมเกียรติ (ผู้ขนส่งทุกทอด) ต้องกอดคอกัน “ร่วมกันรับผิด” ชดใช้เงิน 800,000 บาท คืนให้บริษัทประกันภัยครับ เพราะกฎหมายบอกว่ากรณีขนส่งหลายทอด ถ้าของพัง ทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบ (ม.618)
ข้อคิดจาก ATHIP LAW FIRM
เป็นผู้ขนส่งต้องระวัง ของแพงแค่ไหน ถ้าไม่ใช่ เพชร ทอง เงินตรา อย่าไปอ้าง ม.620 ให้เสียเวลา
คู่กรณีหัวหมอ อย่าคิดว่าจุดผิดพลาดเล็กๆ ในเอกสารบริษัทคนอื่น จะทำให้เราพ้นผิดจากการกระทำละเมิดของเราได้
เคลียร์ที่โรงพัก ถ้าจะยอมความ ต้องระบุยอดเงินและเงื่อนไขให้ชัดเจน ไม่งั้นเหมือนไม่ได้เคลียร์!
มีปัญหาข้อกฎหมาย ขนส่ง ประกันภัย หรือสัญญาที่ไม่เป็นธรรม? ปรึกษาเราได้ที่ ATHIP LAW FIRM เราพร้อมดูแลคุณให้รอดพ้นจากความยุ่งเหยิงทางกฎหมายครับ!
ทนายอธิป ชุมจินดา – Atty.Athip Schumjinda
ทักแชทปรึกษาทนาย https://lin.ee/ZxMAj3b
ติดต่อทนายโทร.0619399935
ทนายร้องประกันกรุงเทพฯนนท์-Lawyer Claim Bkk Nont
#ค่าขาดประโยชน์#เคลมประกันรถยนต์#กฎหมายควรรู้#ทนายกรุงเทพ#ทนายนนทบุรี





