ทำไม “#เงินเคลมประกันไฟไหม้” โอนสิทธิให้ผู้เสียหายรับตรงได้ แต่ “#เงินเคลมรถชนเสียชีวิต” ถึงทำไม่ได้ ?
จากกรณีเหตุการณ์ไฟไหม้โรงเบียร์ที่เป็นกระแสสังคม มีประเด็นข้อกฎหมายและการบริหารจัดการความเสี่ยงที่น่าสนใจมากครับ
#ซึ่งต้องขอให้เครดิตและชื่นชมวิสัยทัศน์ของ #ท่านอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ คปภ. ที่ได้เสนอแนวทางออกอันชาญฉลาดและเป็นประโยชน์ต่อผู้เสียหายอย่างยิ่ง
#ท่านอดิศรได้ให้ความเห็นไว้ว่า
“เจ้าของโรงเบียร์สามารถโอนสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ทรัพย์สินที่เสียหายของตนเอง ให้กับกลุ่มผู้เสียหายรับเงินก้อนนี้แทนได้เลย”
ซึ่งเป็นวิธีการเยียวยาที่รวดเร็วและเป็นธรรม
พอมีหลักการนี้เผยแพร่ออกไป หลายท่านอาจจะเริ่มสงสัยและนำมาเปรียบเทียบว่า…
“อ้าว #แล้วถ้าเป็นคดีอุบัติเหตุรถชนจนมีผู้เสียชีวิต ทายาทผู้มีสิทธิรับเงิน จะขอทำเรื่องโอนสิทธิการรับเงินสินไหมจากประกัน ไปให้บุคคลภายนอกรับแทนบ้างได้ไหม?”
คำตอบทางกฎหมายผมตอบให้เลย คือ “ทำไม่ได้ครับ” และอย่าไปคิดหาทำด้วยนะครับ
วันนี้ผมขออนุญาตขยายความและอธิบายทฤษฎีทางกฎหมายเบื้องหลังทั้ง 2 กรณีนี้ ให้ทุกท่านเข้าใจได้ง่ายๆ แบบไม่ต้องเปิดตำราครับ
กรณีที่ 1 ไฟไหม้ทรัพย์สิน (ทำไมเจ้าของโรงเบียร์โอนสิทธิให้คนอื่นได้?)
ทฤษฎีทางกฎหมาย เรื่องนี้อาศัย “หลักการโอนสิทธิเรียกร้อง” (Assignment of Claim) ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 303 และ 306
ภาษาชาวบ้าน ให้เรามองว่า “สิทธิในการรับเงินเคลมประกันไฟไหม้” ก็เหมือนกับ “เช็คเงินสด” หรือทรัพย์สินชิ้นหนึ่งที่เจ้าของโรงเบียร์มีสิทธิได้รับจากบริษัทประกันครับ
เมื่อเงินก้อนนี้มีสถานะเป็นหนี้เงินทางธุรกิจทั่วไป กฎหมายจึงอนุญาตให้เจ้าของโรงเบียร์สามารถเอาเช็คใบนี้ ไปจ่ายเป็นค่าเสียหายเพื่อชดใช้ให้กับผู้บาดเจ็บหรือครอบครัวผู้ตายได้เลย โดยการทำหนังสือตกลงกันและส่งไปแจ้งให้บริษัทประกันทราบ เมื่อประกันรับทราบแล้ว ก็มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินตรงให้กับผู้เสียหายตามสัดส่วน โดยจะอ้างสิทธิปฏิเสธไม่ได้ครับ
กรณีที่ 2 อุบัติเหตุรถชนเสียชีวิต (ทำไมทายาทโอนสิทธิให้คนอื่นไม่ได้?)
ทฤษฎีทางกฎหมาย เรื่องนี้ติดล็อกอยู่ที่หลัก “สิทธิเฉพาะตัว” (Personal Right) ตาม ป.พ.พ. มาตรา 303 ที่ระบุว่า สิทธิเรียกร้องโอนกันได้ “เว้นแต่สภาพแห่งสิทธินั้นจะไม่เปิดช่องให้โอนกันได้”
ภาษาชาวบ้าน เงินสินไหมทดแทนกรณีเสียชีวิต (เช่น ค่าปลงศพ หรือ ค่าขาดไร้อุปการะ) กฎหมายมีเจตนารมณ์ตั้งใจสร้างมาเพื่อ “เยียวยาจิตใจและปากท้อง” ของครอบครัวผู้สูญเสียโดยเฉพาะครับ
สิทธินี้จึงเปรียบเสมือน “ตั๋ว VIP ที่ระบุชื่อเฉพาะเจาะจง” (เช่น บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายเท่านั้น) ตั๋วใบนี้ไม่ใช่เช็คเงินสดทั่วไป
ดังนั้น ทายาทจึงไม่สามารถโอนตั๋ว VIP นี้ไปให้เพื่อน คนข้างบ้าน หรือเจ้าหนี้ ไปยืนหน้าเคาน์เตอร์เพื่อขอเบิกเงินกับบริษัทประกันแทนตัวเองได้ สภาพแห่งสิทธิมันไม่เปิดช่องให้คนนอกเข้ามาสวมสิทธิครับ
ข้อสังเกตเพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจที่สมบูรณ์นะครับ
แม้กฎหมายจะบอกว่า ทายาทไม่สามารถโอน “สิทธิในการไปตั้งเบิกกับบริษัทประกัน” ให้คนอื่นได้… แต่!! ทันทีที่กระบวนการเคลมเสร็จสิ้น และบริษัทประกัน โอนเงินเข้าบัญชีของทายาทเรียบร้อยแล้ว
เงินก้อนนั้นจะเปลี่ยนสภาพกลายเป็น “ทรัพย์สินส่วนตัว” ของทายาทโดยสมบูรณ์ครับ ถึงตอนนั้น ทายาทจะมีสิทธินำเงินในบัญชีของตนเอง ไปมอบให้ใคร ช่วยเหลือใคร หรือนำไปชำระหนี้ให้ใคร ก็สามารถทำได้อย่างอิสระเต็มที่ครับ
การทำความเข้าใจสิทธิของตนเองตามกรมธรรม์และข้อกฎหมาย จะช่วยให้เราสามารถปกป้องผลประโยชน์ของครอบครัว และเจรจากับบริษัทประกันได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพครับ
ขอขอบคุณท่านอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย คปภ. ครับ
ATHIPLAWFIRM
061-939-9935
ทักแชทปรึกษาทนาย https://lin.ee/ZxMAj3b
#กฎหมายประกันภัย#คดีรถชน#ความรับผิดทางละเมิด#สิทธิเรียกร้อง#โอนสิทธิเรียกร้อง#ความรู้กฎหมาย#คปภ





