สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาเล่าเคสประสบการณ์เรื่องหนึ่ง ที่บริษัทกล่าวอ้างพยานบุคคลต่อสู้พยานทางนิติวิทยาศาสตร์ครับ
เรื่องนี้ไม่ได้นำมาเล่าแบบว่า ใครเก่งกว่าใครนะครับ แต่จะเล่าถึงการนำพยานหลักฐานมาพิสูจน์ในทางคดีจราจรทางบกและประกันภัย
ที่สำคัญ สำนักงานเป็นคนทำคดีนี้และต่อสู้กันมายาวนานพอสมควรในชั้นพนักงานสอบสวนและชั้นการพิสูจน์ข้อเท็จจริงทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อหาข้อยุติ ก่อนที่จะไปขึ้นศาลครับ
ข้อเท็จจริง (The Facts)
ในคดีอุบัติเหตุจราจร ร่องรอยบนถนนและผลการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ชี้ชัดเจนว่าใครเป็นฝ่ายผิด แต่บริษัทประกันกลับโต้แย้งและปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหม โดยอ้างลอยๆ ว่า “มีพยานบุคคลเห็นเหตุการณ์” และจะนำพยานปากนี้มาหักล้างผลทางนิติวิทยาศาสตร์
เวลาผ่านไปหลายเดือน “พยาน” ที่กล่าวอ้างกลับไม่เคยปรากฏตัว สุดท้ายบริษัทประกันจำยอมต้องจ่ายเงิน แต่ขอเล่นแง่ทิ้งท้ายในบันทึกว่า
“ขอสงวนสิทธิ์เรียกค่าสินไหมคืน หากผลการสอบสวนเปลี่ยนแปลงในภายหลัง”
มุมมองทางนิติวิทยาศาสตร์ (Forensic Science)
ทำไมการกล่าวอ้างลักษณะนี้จึงมักล้มเหลว?
พยานบุคคลพลิกลิ้นได้ แต่ฟิสิกส์โกหกไม่เป็น
รอยเบรก (Skid Marks) รอยครูดบนถนน (Gouge Marks) และตำแหน่งการปะทะ (Point of Impact) คือพยานวัตถุที่ถูกล็อกไว้ด้วยสมการทางวิทยาศาสตร์ ไม่สามารถบิดเบือนได้
น้ำหนักความน่าเชื่อถือ กระบวนการยุติธรรมให้น้ำหนักกับ “หลักฐานทางวิทยาศาสตร์” ที่ตรวจวัดและคำนวณได้ มากกว่า “คำให้การของบุคคล” ที่อาจเกิดจากความทรงจำคลาดเคลื่อน อคติ หรือเป็นพยานที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเอื้อประโยชน์ในทางคดี
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (The Law)
การประวิงการจ่ายสินไหม การอ้างพยานลมๆ แล้งๆ เพื่อยื้อเวลา โดยไม่มีหลักฐานมาแสดงอย่างสมเหตุสมผล ถือเป็นการประวิงการจ่ายค่าสินไหม ผู้เอาประกันหรือผู้เสียหายมีสิทธิเรียกร้องดอกเบี้ยผิดนัดตามกฎหมาย และบริษัทอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย
ข้อตกลงสงวนสิทธิ์เรียกคืน
การจ่ายเงินพร้อมระบุเงื่อนไข “ขอสงวนสิทธิ์เรียกคืน” เป็นเพียงแทคติกทางกฎหมาย (Legal Tactic) ที่บริษัทประกันใช้เพื่อไม่ให้ตนเองเสียสิทธิในการฟ้องร้องภายหลัง (ตามหลักลาภมิควรได้ ป.พ.พ. มาตรา 406)
แต่ในความเป็นจริง หากรายงานการตรวจสถานที่เกิดเหตุด้วยนิติวิทยาศาสตร์มีความรัดกุมและชี้ชัดมาตั้งแต่ต้น โอกาสที่ผลคดีจะพลิกจนประกันสามารถกลับมาทวงเงินคืนได้นั้น “แทบเป็นศูนย์”
กลยุทธ์ทางคดีของผม
การต่อสู้คดีจราจรกับบริษัทประกัน ต้องอาศัยความหนักแน่น หากพยานวัตถุบนถนนอยู่ในมือเราและชี้ชัดความผิดได้ จงยืนหยัดบนความได้เปรียบ อย่าหวั่นไหวกับคำขู่หรือการขุด “พยานล่องหน” ขึ้นมายื้อเวลา ความนิ่งและหลักฐานที่แข็งแกร่ง จะบีบให้อีกฝ่ายต้องยอมจำนนไปเอง
ATHIP LAW FIRM
#ทนายความ #อุบัติเหตุจราจร #คดีประกันภัย #นิติวิทยาศาสตร์ทางถนน #ประวิงสินไหม





