แน่นอนว่า เมื่อฝ่ายผู้เสียหายกล่าวอ้างว่า
บริษัทประกันภัยจะต้องรับผิดตามสัญญาประกันภัย
ภาระการพิสูจน์ย่อมตกแก่ฝ่ายผู้เสียหาย
ซึ่งเป็นโจทก์ในคดี
คำถามสำคัญคือ
ฝ่ายผู้เสียหายต้องพิสูจน์อะไรบ้าง
หากเป็นคดีรถชน ซึ่งมีมูลมาจากการกระทำละเมิดของผู้ขับขี่รถยนต์คันที่เอาประกันภัย
โจทก์ย่อมต้องพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่า
มี “สัญญาประกันภัย” ระหว่างบริษัทประกันภัยกับผู้เอาประกันภัย
และในสัญญานั้น มี เงื่อนไขข้อใด ที่กำหนดให้บริษัทประกันภัยต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บุคคลภายนอก
จากการกระทำละเมิดของผู้ขับขี่รถยนต์คันที่เอาประกันภัย
หากโจทก์ นำสืบเงื่อนไขของสัญญาประกันภัยนั้นไม่ได้
ก็เท่ากับว่า ข้อเท็จจริงในคดี
ไม่มีเงื่อนไขของกรมธรรม์ในข้อนั้นอยู่
ไม่เช่นนั้น ศาลย่อมไม่อาจรับฟังได้ว่า
บริษัทประกันภัยมีหน้าที่ต้องรับผิดตามสัญญา
เพราะฉะนั้น
ทนายความฝ่ายโจทก์จึงต้องเข้าใจ เงื่อนไขของสัญญาประกันภัย ให้ดี
และต้องนำสืบ กรมธรรม์ประกันภัยเข้าสู่สำนวนคดีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
เว้นเสียแต่ว่าจำเลยได้ยอมรับไว้ในคำให้การแล้วว่า มีเงื่อนไขของสัญญานั้นอยู่จริง
จึงจะทำให้ศาลสามารถรับฟังได้ว่า
มี เงื่อนไขตามสัญญาที่กำหนดให้บริษัทประกันภัยต้องรับผิดอยู่จริง
อย่าลืมว่า
การมีอยู่ของเงื่อนไขในสัญญาประกันภัย เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมายที่ศาลจะรู้ได้เอง
เกล็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ นำมาเล่าสู่กันฟังครับ
สำนักงานทนายความ อธิป ชุมจินดา
061-939-9935
ทนายอนุพงษ์ จินดานุกูล
097-035-2051
ทักแชทปรึกษาทนาย https://lin.ee/ZxMAj3b
#ค่าขาดประโยชน์#เคลมประกันรถยนต์#กฎหมายควรรู้#ทนายกรุงเทพ#ทนายนนทบุรี#ค่าขาดประโยชน์#เคลมประกันรถยนต์#กฎหมายควรรู้#ทนายกรุงเทพ#ทนายนนทบุรี
#คดีละเมิด#คดีประกันภัย#คดีปกครอง#คดีครอบครัว





