บทความโดย Athip Law Firm
เมื่อคนที่คุณรักต้องจากไปเพราะความประมาทของผู้อื่นบนท้องถนน นอกจากความสูญเสียทางจิตใจ กฎหมายยังให้สิทธิครอบครัวเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้หลายรายการ Athip Law Firm สรุปสิทธิที่ควรรู้ไว้ในบทความนี้
เมื่อความประมาทบนท้องถนนพรากชีวิตคนที่คุณรัก
อุบัติเหตุทางถนนที่นำไปสู่การเสียชีวิตเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต ทั้งในด้านจิตใจและภาระทางเศรษฐกิจที่ตามมา ในทางกฎหมาย เมื่อการเสียชีวิตเกิดจาก “ความประมาท” ของผู้ขับขี่ ครอบครัวผู้เสียชีวิตไม่ได้มีเพียงสิทธิเรียกร้องให้ผู้กระทำผิดรับโทษทางอาญาเท่านั้น แต่ยังมี สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนทางแพ่ง ที่ควรได้รับความเป็นธรรมอย่างเต็มที่
บทความนี้จาก Athip Law Firm จะอธิบายทั้งความรับผิดทางอาญาที่ผู้ก่อเหตุต้องเผชิญ และสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนที่ทายาทหรือครอบครัวผู้เสียชีวิตพึงได้รับตามกฎหมาย
ความรับผิดทางอาญาของผู้ขับขี่ที่ก่อเหตุ
เมื่อการขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้ขับขี่ต้องรับผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งกำหนดระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับ นอกจากนี้หากมีพฤติการณ์ประกอบ เช่น ขับรถขณะเมาสุรา ขับรถเร็วเกินกำหนด หรือหลบหนีไม่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ อาจมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกเพิ่มเติม ซึ่งศาลจะนำมาพิจารณาประกอบการกำหนดโทษด้วย
คดีประเภทนี้เป็น ความผิดอาญาแผ่นดินที่ยอมความไม่ได้ แม้ผู้ก่อเหตุจะชดใช้ค่าเสียหายจนครอบครัวผู้เสียชีวิตพอใจแล้ว คดีอาญาก็ยังคงต้องดำเนินต่อไปตามกระบวนการยุติธรรม เพียงแต่การชดใช้ค่าเสียหายและการแสดงความรับผิดชอบอาจเป็นเหตุบรรเทาโทษที่ศาลนำไปประกอบดุลพินิจได้
สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน กรณีทำให้ถึงแก่ความตาย
นี่คือส่วนสำคัญที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตควรทราบ เพราะกฎหมายกำหนดให้ทายาทหรือผู้มีสิทธิสามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้หลายรายการ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 443 ดังนี้
1. ค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นอื่น ๆ
ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการจัดการงานศพตามสมควรแก่ฐานะของผู้ตาย รวมถึงค่าใช้จ่ายที่จำเป็นก่อนเสียชีวิต เช่น ค่ารักษาพยาบาลระหว่างที่ยังมีชีวิตอยู่ในโรงพยาบาล
2. ค่าขาดไร้อุปการะ
หากผู้เสียชีวิตมีหน้าที่ตามกฎหมายในการอุปการะเลี้ยงดูบุคคลอื่น เช่น บิดามารดา คู่สมรส หรือบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ บุคคลเหล่านี้มีสิทธิเรียกค่าขาดไร้อุปการะได้ โดยศาลจะพิจารณาจากรายได้ของผู้ตาย ระยะเวลาที่ควรจะได้รับการอุปการะต่อไป และความสามารถในการหาเลี้ยงชีพของผู้รับอุปการะ
3. ค่าขาดแรงงาน
ในกรณีที่ผู้ตายเป็นแรงงานสำคัญในครัวเรือนหรือธุรกิจของครอบครัว เช่น ทำเกษตรกรรม ค้าขาย หรือดูแลกิจการ ทายาทมีสิทธิเรียกค่าขาดแรงงานอันเนื่องมาจากการเสียชีวิตนั้นได้เช่นกัน
4. ค่าเสียหายอื่นตามพฤติการณ์แห่งคดี
ในบางกรณีศาลอาจพิจารณาค่าเสียหายเพิ่มเติมตามข้อเท็จจริงเฉพาะคดี เช่น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี หรือความเสียหายอื่นที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการเสียชีวิต
ข้อควรทราบ: ผู้มีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนกรณีนี้ไม่จำเป็นต้องเป็น “ทายาทโดยธรรม” ตามกฎหมายมรดกเสมอไป แต่เป็นไปตามหลักเกณฑ์เฉพาะเรื่องละเมิด กล่าวคือต้องเป็นผู้ที่ผู้ตายมีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูตามกฎหมายจริง จึงควรปรึกษาทนายความเพื่อตรวจสอบสิทธิของตนเองให้ชัดเจน
ความคุ้มครองจากประกันภัยที่เกี่ยวข้อง
พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
เป็นความคุ้มครองขั้นพื้นฐานที่กฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องมี โดยกรณีเสียชีวิตจะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามวงเงินที่กฎหมายกำหนด โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความรับผิด ทายาทสามารถยื่นเรื่องรับเงินส่วนนี้ได้ทันทีหลังเกิดเหตุ
ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ
หากผู้ก่อเหตุมีประกันภาคสมัครใจ (เช่น ประกันชั้น 1) บริษัทประกันมักเข้ามาเจรจาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแทนคู่กรณีตามวงเงินคุ้มครอง ซึ่งช่วยให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับการเยียวยาที่รวดเร็วขึ้น โดยไม่ต้องรอผลคดีอาญาให้ถึงที่สุดก่อน
กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย
ในกรณีที่ไม่ทราบตัวผู้ก่อเหตุ (ชนแล้วหนี) หรือรถคู่กรณีไม่มีประกันภัยใด ๆ เลย ทายาทยังคงมีสิทธิยื่นขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยได้ตามกฎหมาย
ขั้นตอนที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตควรดำเนินการ
1. รวบรวมหลักฐาน เช่น บันทึกประจำวันตำรวจ ใบมรณบัตร ภาพถ่ายที่เกิดเหตุ พยานบุคคล
2.แจ้งบริษัทประกันภัย ทั้ง พ.ร.บ. และประกันภาคสมัครใจของคู่กรณี เพื่อเริ่มกระบวนการเรียกร้อง
3.ปรึกษาทนายความ เพื่อประเมินมูลค่าความเสียหายที่แท้จริงและวางแนวทางเจรจาหรือฟ้องคดี
4.เข้าร่วมเป็นโจทก์ร่วมในคดีอาญา เพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทนไปพร้อมกับคดีอาญา (คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา) ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี
5.ระวังอายุความ สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากละเมิดมีอายุความ 1 ปีนับแต่วันที่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องรับผิด หรือไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันทำละเมิด จึงควรดำเนินการโดยเร็ว
คำถามที่พบบ่อย
ค่าขาดไร้อุปการะคำนวณอย่างไร
ศาลจะพิจารณาจากรายได้และความสามารถในการหาเลี้ยงชีพของผู้ตาย อายุขัยเฉลี่ยที่ควรจะมีชีวิตอยู่ต่อไป และระยะเวลาที่ผู้รับอุปการะแต่ละคนควรได้รับการดูแลตามกฎหมาย ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละคดี
บิดามารดาที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันกับผู้ตาย มีสิทธิเรียกค่าขาดไร้อุปการะหรือไม่
โดยหลักการ บิดามารดามีสิทธิได้รับการอุปการะเลี้ยงดูจากบุตรตามกฎหมายอยู่แล้ว จึงมักมีสิทธิเรียกร้องได้ แม้จะไม่ได้พักอาศัยอยู่ร่วมกันในขณะเกิดเหตุ แต่ควรปรึกษาทนายความเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
หากผู้ก่อเหตุไม่มีเงินชดใช้ ครอบครัวผู้เสียชีวิตจะทำอย่างไร
ยังสามารถเรียกร้องผ่านประกันภัยของผู้ก่อเหตุ กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย หรือฟ้องคดีแพ่งเพื่อบังคับคดีเอาทรัพย์สินของผู้ก่อเหตุในอนาคตได้เช่นกัน
Athip Law Firm พร้อมดูแลสิทธิของครอบครัวคุณ
การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักจากความประมาทของผู้อื่นเป็นเรื่องที่ไม่มีสิ่งใดทดแทนได้ แต่กฎหมายได้เปิดช่องทางให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับการเยียวยาทางเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรม Athip Law Firm พร้อมให้คำปรึกษาและดำเนินการแทนท่านตลอดกระบวนการ ทั้งการเจรจากับบริษัทประกันภัยในชั้นพนักงานสอบสวน หรือ คปภ. การเข้าร่วมเป็นโจทก์ร่วมในคดีอาญา และการฟ้องคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทนอย่างเต็มสิทธิ
ติดต่อ Athip Law Firm เพื่อขอรับคำปรึกษาเบื้องต้น
061-939-9935
ทักแชทปรึกษาทนาย https://lin.ee/ZxMAj3b
#ค่าขาดประโยชน์ #เคลมประกันรถยนต์ #กฎหมายควรรู้ #ทนายกรุงเทพ #ทนายนนทบุรี #ค่าขาดประโยชน์ #เคลมประกันรถยนต์ #กฎหมายควรรู้ #ทนายกรุงเทพ #ทนายนนทบุรี
#คดีละเมิด #คดีประกันภัย #คดีปกครอง #คดีครอบครัว
#คดีชั้นสอบสวน #คดีชั้นพนักงานเจ้าหน้าที่_คปภ
#ศาลปกครอง #ศาลยุติธรรม





